การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ NZDUSD รออยู่ข้างหน้า—ไปเตรียมตัวกันเถอะ!
คู่ NZDUSD ที่มักเรียกกันว่า "กีวี" แสดงถึงอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์และดอลลาร์สหรัฐ สกุลเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ได้แก่ ข้อมูลเศรษฐกิจในประเทศ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นม เนื่องจากนิวซีแลนด์เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่) และการตัดสินใจเรื่องนโยบายการเงินของธนาคารกลางนิวซีแลนด์ ในทางกลับกัน สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะได้รับผลกระทบจากข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เช่น ตัวเลขการจ้างงาน การเติบโตของ GDP รายงานเงินเฟ้อ และการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ
การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของนิวซีแลนด์ 9 ตุลาคม 3:00 น. (GMT+2)
ธนาคารกลางนิวซีแลนด์คาดการณ์ว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยจาก 5.25% เหลือ 5.0% หากการคาดการณ์นี้เป็นจริง ก็มีแนวโน้มว่าสกุลเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์จะอ่อนค่าลง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะทำให้สกุลเงินนี้ไม่ค่อยเป็นที่น่าดึงดูดใจของนักลงทุน และคู่สกุลเงิน NZDUSD ก็อาจปรับตัวลดลง หากการตัดสินใจออกมาดีกว่าที่คาดไว้ เช่น คงอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันไว้ นั่นหมายความว่า RBNZ มองว่าเศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้คู่เงิน NZDUSD ปรับตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม หาก RBNZ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างรวดเร็ว 0.5% นั่นอาจส่งสัญญาณถึงปัญหาเศรษฐกิจเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้สกุลเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์อ่อนค่าลง และคู่เงิน NZDUSD ก็ปรับตัวลงต่อ
ครั้งก่อน RBNZ ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2024 ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดและได้ทำให้คู่เงิน NZDUSD ร่วงลงอย่างรุนแรง!
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ 10 ตุลาคม 14:30 น. (GMT+2)
มีการคาดว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในเดือนกันยายนจะชะลอตัวลงเหลือเพียง 0.1% เมื่อเทียบกับครั้งก่อนที่ 0.2% หากดัชนี CPI เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ อัตราเงินเฟ้อก็จะอ่อนกำลังลง ซึ่งอาจลดความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม สิ่งนี้อาจส่งผลใหสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ส่งผลให้คู่เงิน NZDUSD ปรับตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากข้อมูลเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ นั่นอาจบ่งชี้ว่าเฟดมีท่าทีที่ผ่อนปรนลง ส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และผลักดันให้คู่เงิน NZDUSD ปรับตัวสูงขึ้น
ในทางกลับกัน หากดัชนี CPI ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ ซึ่งบ่งชี้ถึงอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น นั่นอาจทำให้เกิดความคาดหวังว่าเฟดจะปรับนโยบายให้เข้มงวดยิ่งขึ้น และคงอัตราดอกเบี้ย ณ ปัจจุบันเป็นเวลานานขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ NZDUSD ปรับตัวลง
ในกรอบเวลารายวัน NZDUSD ได้ก่อตัวเป็นรูปแบบช่องขาขึ้น ราคาได้ทะลุเส้นแนวโน้มฝั่งล่าง โดยเส้นสัญญาณ MACD ได้พุ่งขึ้นเหนือฮิสโทแกรม ส่วน DeMarker ก็กำลังออกจากโซนซื้อมากเกินไป
คาดว่า NZDUSD น่าจะร่วงลงต่อหากหลุดแนวรับที่ระดับ 0.6200 โดยมีเป้าหมายที่ระดับ 0.6130 และ 0.6050